Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
 

ความรู้เกี่ยวกับภาษีท้องถิ่น

(ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย และภาษีบำรุงท้องที่)

 

คำแนะนำการยื่นบัญชีแสดงรายการคำรายปีแห่งทรัพย์สิน

ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475

 

ผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.2)

          ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้แก่ ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นๆ ที่ให้ผู้อื่นเช่าที่ ให้ผู้อื่นอาศัย ที่ประกอบการค้า ที่ใช้เป็นที่เก็บสินค้า ที่ประกอบการอุตสาหกรรม หรือที่ใช้ในกิจการอย่างอื่นๆ เพื่อหารายได้ (เช่น บ้าน ตึกแถว อาคาร ร้านค้า เพิงไม้ โครงเหล็ก สำนักงาน ธนาคาร โรงแรม โรงมหรสพ โรงภาพยนตร์ โรงพยาบาล โรงเรียน โรงงาน แฟลต อพาร์ทเมนต์ คอนโดมิเนียม หอพัก บ้านพักคนงาน สนามมวย คลังสินค้า ท่าเรือ คานเรือ แพหรือสิ่งที่มีลักษณะเป็นแพ โป๊ะ สะพาน อ่างเก็บน้ำ ถังเก็บน้ำ ถังเก็บน้ำมัน เชื้อเพลิง ถังผสมคอนกรีตซีเมนต์ เป็นต้น

 

การยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษี

          ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ติดต่อขอรับแบบพิมพ์ (ภ.ร.ด.2) กรอกรายการ และยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักการคลัง ศาลาว่าการเมืองพัทยา ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคมของทุกปีจนถึง วันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี หากผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ยื่นแบบฯ ตามกำหนดนี้ ถือเป็นความผิดและมีโทษปรับตามกฎหมาย
 

          ในการกรอบแบบพิมพ์ (ภ.ร.ด.2) นั้น พนักงานเก็บภาษีจะคอยให้คำแนะนำในการกรอก หรือกรอกข้อความแทนท่าน รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องรายการทรัพย์สินเปรียบเทียบกับทะกับทะเบียนทรัพย์สิน (พ.ท.4) ของทางราชการ ก่อนที่จะให้ท่านลงนามรับรองความถูกต้อง  หากท่านเห็นว่า มีรายการทรัพย์สินใด ไม่ถูกต้องจนเป็นเหตุให้ท่านต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากความเป็นจริง ท่านต้องรีบทักท้วงกับหน้าที่ทันที พร้อมทั้งแสดงเอกสารหลักฐานยืนยันหรือนำเจ้าหน้าที่พิสูจน์ในประเด็จจริงนั้นๆ

 
ข้อสังเกตุ
  • ค่าภาษี : ผู้รับประเมินชำระภาษีปีละครั้งตามค่ารายปีของทรัพย์สิน ในอัตราร้อยละ 12.5 ของค่ารายปี
  • ค่ารายปี จำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ ในกรณีให้เช่า ให้ถือค่าเช่าคือค่ารายปี
  • เงินเพิ่ม เป็นมาตรการทางแพ่ง เพื่อให้มีการชำระภาษีภายในกำหนด ตามมารตรา 43 ซึ่งพนักงานเก็บภาษีสามารถเรียกเก็บผู้มีหน้าที่เปรียบเทียบปรับและท้องถิ่นไปขอรับเงินค่าปรับมาเป็นรายได้ของตนเอง
  • ค่าปรับ เป็นโทษทางอาญา ซึ่งมีกำหนดไว้ในมาตรา 46,47 และ 48 โดยพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครองเป็นผู้มีหน้าที่เปรียบเทียบปรับ และท้องถิ่นไปขอรับเงินค่าปรับมาเป็นรายได้ของตนเอง
  • พนักงานเจ้าหน้าที่ คือ ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้มีหน้าที่รับแบบฯประเมินภาษีและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฏหมายกำหนด
  • พนักงานเก็บภาษี คือ ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้มีหน้าที่จัดเก็บ รับชำระ รวมทั้งเร่งรัดให้ชำระภาษี และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฏหมายกำหนด
  •  
    ทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นภาษีไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ได้แก่
    1. พระราชวังอันเป็นส่วนของแผ่นดิน
    2. ทรัพย์สินของรัฐบาลที่ใช้ในกิจการของรัฐบาลหรือสาธารณะและทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ใช้ในกิจการของการรถไฟโดยตรง
    3. ทรัพย์สินของโรงพยาบาลสาธารณะและโรงเรียนสาธารณะซึ่งกระทำกิจการที่ไม่ใช่เพื่อเป็นผลกำไรส่วนบุคคล และใช้เฉพาะในการรักษาพยาบาล และในการศึกษา
    4. ทรัพย์สินซึ่งเนศาสนสมบัติอัตนใช้เฉพาะในศาสนกิจอย่างเดียวหรือเป็นที่อยู่ของสงฆ์
    5. โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ซึ่งปิดไว้ตลอดปี และเจ้าของไม่ได้อยู่เอง หรือให้ผู้อื่นอยู่ นอกจากคนเฝ้าในโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ หรือในที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกัน
    6. โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างของการเคหะแห่งชาติที่ผู้เช่าซื้ออยู่อาศัยเองและมิได้ใช้เป็นที่เก็บสินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรม หรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้
    7. โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ซึ่งเจ้าของอยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษา และซึ่งมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรม
     
    การลดหย่อนภาษีหรือปลดภาษี
    1. เมื่อปรากฏว่าผู้รับประเมินได้เสียหายเพราะทรัพย์สินว่างลงหรือชำรุด ต้องซ่อมแซมส่วนสำคัญ
    2. ผู้รับประเมินยื่นคำร้อง
    3. ลดค่าภาษีลงตามส่วนที่เสียหาย หรือปลดค่าภาษีทั้งหมดก็ได้
     
    ผู้มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
    1. เจ้าของทรัพย์สิน
    2. เจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างและเจ้าของที่ดินเป็นคนละเจ้าของ เจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับทรัพย์สินนั้นทั้งหมด
     
    ระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สินเพื่อเสียภาษี
    เจ้าของทรัพย์สินต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภรด.2) ณ สำนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่โรงเรือนหรือ สิ่งปลูกสร้างนั้นตั้งอยู่ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
     
    หลักฐานที่ใช้ประกอบการเสียภาษี
    เพื่อความสะดวกในการเสียภาษี ควรแนะนำผู้มีหน้าที่เสียภาษีนำหลักฐานประกอบการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี (ภรด.2) เท่าที่จำเป็นเพียงเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีเท่านั้น
     
    1. กรณีเป็นการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินรายใหม่ เช่น
    1) สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชนของผู้มีหน้าที่เสียภาษี
    2) สำเนาโฉนดที่ดิน – สัญญาซื้อขายโรงเรือน
    3) สัญญาเช่าโรงเรือน/สัญญาเช่าที่ดิน
    4) ทะเบียนพาณิชย์ – ทะเบียนการค้า – ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
    5) ใบอนุญาตปลูกสร้างอาคาร
    6) หนังสือรับรองห้างหุ้นส่วน/บริษัท – งบดุล
    7) ใบอนุญาตตั้งหรือประกอบกิจการโรงงาน
    8) ใบอนุญาตสะสมอาหารหรือใบอนุญาตประกอบกิจการค้า
    9) หลักฐานอื่น ๆ ที่แสดงการเริ่มใช้ประโยชน์ของทรัพย์สิน
    10) แผนที่ตั้งของที่ดินและโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างที่เสียภาษี
    11) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมีผู้อื่นมายื่นแบบ ภรด.2 แทน)
    12) ในกรณีที่โรงเรือนมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันหลายคน ให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมลงลายมือชื่อในแบบ ภรด.2 ในฐานะผู้รับประเมินทุกคน หรือจะมอบอำนาจให้คนใดคนหนึ่งก็ได้ การมอบต้องทำเป็นหนังสือและปิดแสตมป์ตามกฏหมาย
     
    2. กรณีเป็นผู้เสียภาษีรายเก่าที่เคยเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินมาแล้ว ขั้นตอนในการชำระภาษี 
    1) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินยื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สินเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภรด.2)พร้อมด้วยหลักฐาน ณ สำนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่
    2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบแสดงรายการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
    3) พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินค่ารายปีและค่าภาษีที่จะต้องเสีย
    4) พนักงานเก็บภาษีแจ้งการประเมิน (ภรด.8) ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีทราบว่าจะต้องเสียภาษีเป็นจำนวนเงินเท่าใด
    5) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเมื่อได้รับแจ้งการประเมินแล้วจะต้องนำเงินค่าภาษีไปชำระ
    ภายใน 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน มิฉะนั้นจะต้องเสียเงินเพิ่ม
     
    หน้า 2 >>